วันอังคาร, ตุลาคม 27

ศิลปะการออกแบบ : การจัดวางองค์ประกอบ

และตอนนี้นะครับ

เราก็เดินทางมาถึงหัวข้อย่อยหัวข้อสุดท้ายของสัปดาห์ที่สองแล้วนะครับ

หลังจากที่คลิปเมื่อกี้นะครับ

เราได้รู้แล้วว่าคุณสมบัติของ

แต่ละองค์ประกอบเป็นอย่างไรนะครับ

ในหัวข้อนี้จะเป็นเรื่องของการจัดวางองค์ประกอบ บางคนบอกว่าเวลาผมถ่ายภาพหรือว่าผมต้องออกแบบอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมทำแล้วมันไม่สวยเลยจัดวางแล้วมันแปลกๆนะครับ

ดังนั้นในหัวข้อนี้เราจะมาดูกันว่าเทคนิคในการจัดวางองค์ประกอบ สามารถทำอย่างไรได้บ้างนะครับ

เทคนิคในการจัดวางองค์ประกอบนะครับ

โดยทั่วๆแล้วเนี่ยก็จะมีเทคนิคสำคัญๆอยู่ 4 เทคนิคนะครับ

อย่างที่หนึ่งก็คือเอกภาพ อย่างที่สองคือการเน้น อย่างที่สามคือสมดุลและอย่างที่สี่คือขนาดและสัดส่วน เป็นเรื่องที่ง่ายๆนะครับ

เดี๋ยวเรามาดูกัน เอกภาพหรือว่ายูนิตี้นะครับ

เอกภาพถือเป็นเป็นหลักสำคัญในการจัดวางองค์ประกอบเลยนะครับ

อย่างเช่น

ถ้าเรามีรูปภาพ มีข้อความ มีโลโก้เอ๊ะเราจะเอาสามอย่างนี้มาวางยังไงให้มันอยู่ด้วยกันแล้วสวยงามนะครับ

เอกภาพก็ถือว่าเป็นเทคนิคหนึ่งที่จะทำให้การจัดวางองค์ประกอบของเรามีความสวยงาม ซึ่งเอกภาพแปลว่าทำให้รู้สึกว่างานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนะครับ

สามารถทำได้ทั้งหมดสามวิธีนะครับ

นั้นก็คือ ความใกล้ชิด ความซ้ำ แล้วก็ความต่อเนื่อง นะครับ

อาจารย์จะจำง่ายๆว่าเป็นเอกภาพทำได้สาม ใกล้ชิด ซ้ำ ต่อเนื่อง อันแรกใกล้ชิดคืออะไรครับ

ใกล้ชิดหรือว่าพ็อกซินิสตี้ก็คือ เป็นการเอาองค์ประกอบต่างๆให้มันมาอยู่ใกล้ๆกันนั่นเองนะครับ

อย่างเช่นภาพแรกเป็นภาพแว่นตาเนาะเป็นภาพ แว่นตาที่วางอยู่ซ้อนๆกันอยู่ใกล้ชิดกันแสดงว่าเออนี่คือร้านขายแว่นตานี่คือผลิตภัณฑ์ที่มีแว่นตาให้เลือกที่หลากหลาย รวมถึงด้านขวาที่เป็นปากกามีปากกาหลายชนิด ปากกาหลายสีหลายแบบนี่คือเรื่องของความใกล้ชิด

ถ้าเราเอาวัตถุอะไรต่างๆ มาอยู่ใกล้ๆกันก็จะดูว่ามันเกาะกลุ่มกันเป็นเอกภาพกันอยู่นะครับ

อย่างที่สองคือความซ้ำ ความซ้ำคือการใช้ภาพเดิมๆ

แต่ว่าใช้ซ้ำกันในภาพเดิมๆหลายๆตำแหน่งนะครับ

อย่างเช่นภาพด้านซ้ายใช้ตัวอักษรที่ซ้ำกันก็คือตัวเอฟกับตัวทีมีซ้ำกันอย่างละ 3 ตัวเนี่ย

แต่ตัวตรงกลางนั่นเป็นคนเนาะ เป็นความอ้วน ข้างล่างเป็นคนผอม ผอมน้อย แล้วก็อ้วน นี่คือความซ้ำของการใช้คนเหมือนกัน

แต่คนเนี่ยอาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียวแบบตัวอักษร ภาพฝั่งขวาก็จะเป็นเรื่องของกาแฟมีแก้วกาแฟทั้งหมด6ใบซึ่งจริงๆแล้ว แล้วมันคือแก้วเดียวกันเพียง

แต่ว่ามันวางอยู่กระจัดกระจายซ้ำๆกันความซ้ำก็ถือว่าเป็นการทำให้มีเอกภาพอย่างหนึ่งนะครับ

ต่อมาคือความต่อเนื่องหรือว่าคอนตินิวเอชั่นนะครับ

ความต่อเนื่องคืออะไรเอ่ยอย่างเช่นภาพแรก นี่คือเอาเฟรนฟรายมาเรียงต่อกันเป็นรูปมือ นี่คือความต่อเนื่องที่มองเห็นว่ามันเป็นเส้นดูแล้วเหมือนว่ามันเป็นโครงกระดูก ในมือเรานะครับ

ภาพที่2เป็นภาพของพิซซ่าเอามาเรียงต่อๆกันเป็นชั้นๆ จริงๆแล้วมันก็ถือว่าเป็นความซ้ำเหมือนกัน

แต่จริงๆแล้ว

ถ้าเราดูดีๆ พิซซ่า

แต่ละอันมันหน้าตามันไม่เหมือนกันเนาะ

แต่เพียง

แต่ว่าเขาเอามาเรียงต่อๆกันเหมือนว่าพิซซ่ามันกำลังพุ่งขึ้นด้านบน หรือว่ากำลังตกลงด้านล่างอะไรบางอย่าง

นี่คือความต่อเนื่องนะครับ

นอกจากเอกภาพแล้วนะครับ

เทคนิคที่สองคือการเน้นหรือว่าเอ็มพาไซต์นั่นเอง การเน้นนอกจากจะทำให้งานดูน่าสนใจ ยังเป็นการบอกด้วยว่าคนที่กำลังดูงานของเราเนี่ยควรที่จะดูภาพไหนตำแหน่งไหนก่อนนะครับ

อย่างเช่นบางคนบอกว่าถ่ายภาพ จะถ่ายภาพคนจะถ่ายภาพเพื่อนจะเอาเพื่อนไว้ตรงกลางหรือว่าทางซ้ายหรือไว้ทางขวา ของภาพดีนะครับ

เทคนิคการเน้นก็จะมาช่วยในเรื่องของการทำให้ภาพมีความโดดเด่นได้นะครับ

สามารถทำได้สามวิธีเหมือนกัน วิธีที่หนึ่งคือวางตำแหน่งจุดสนใจในงาน วิธีที่สองคือสร้างความแตกต่าง วิธีที่สามคือการแยกวางองค์ประกอบให้โดดเด่นนะครับ

มาดูวิธีแรกเลย วิธีวางตำแหน่งจุดสนใจในงานตรงนี้เราจะมาเจอทฤษฏีกฎสามส่วนหรือว่ารู อ๊อฟ เติ๊ด นั่นเองนะครับ

ทฤษฏีกฎสามส่วนก็บอกไว้ว่ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่คนชอบมากที่สุดมีสัดส่วน 1 ต่อ 1.618 ซึ่งสัดส่วนตรงนี้เราจะเรียกว่า โกเด้นเซตชั่น ซึ่งง่ายๆเลยนะครับ

นักศึกษาลองดูภาพนี้ นี่คือภาพสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขนาด 1 ต่อ 1.618 หรือ

ถ้าคิดง่ายๆก็ขนาด 2ต่อ 3นั่นเองนะครับ

ทฤษฏีกฎ3ส่วนจะแบ่งซอยภาพทั้งหมดออกเป็น9ช่องเท่าๆกันนะครับ

ซึ่งนักศึกษาเห็นจุดสีแดงทั้งหมด4จุดตรงกลางไหมครับ

จุดสีแดงนี่แหละเป็นจุดที่เราจะต้องวางภาพหรือวางวัตถุให้มันโดนกับจุดสีแดงนั้น อย่างเช่นเวลาเราจะถ่ายภาพ ส่วนไหนที่เราต้องการเน้นในภาพเราควรจะให้มันโดนจุดตัดจุดใดจุดหนึ่งในสี่จุดนี้นะครับ

อย่างเช่น

ถ้าเราจะถ่ายภาพเด็กจุดสี่จุดไปโดนตรงไหนของเด็กครับ

อาจจะไปโดนตาหรือบริเวณจมูกนะครับ

นั่นคือเป็นส่วนที่เขาต้องการเน้นหรือว่าภาพผู้หญิงที่ยืนอยู่ก็คืออาจจะโดนบริเวณหน้าหรือคางก็คือเขาต้องการเน้นบริเวณนั้น รวมถึงรูปผึ้งไปโดนบริเวณตาพอดีเลยก็จะแสดงให้เห็นว่าผึ้งมันมีชีวิตชีวาอยู่เพราะว่าจุดตัดมันโดนบริเวณตาผึ้งพอดีนะครับ

ก็แสดงให้เห็นว่าผึ่งมีชีวิตชีวาอยู่เพราะจุดตัวมันอยู่ตรงตาผึ้งพอดี หรือว่ารูปนี้ รูปทุ่งทานตะวัน โดนทั้งสองเลยนะครับ

โดนทั้งคนยืนอยู่ในทุ่งทางตะวันและโดนดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในภาพนะครับ

รวมถึงรูปนกยูงตัวนี้ก็ไปโดนตานกยูงพอดี นี่แหละคือทฤษฏีกฎสามส่วนหรือสัดส่วนทองนั่นเองซึ่งใช้ในการเน้น ซึ่งบอกเลยนะครับ

ว่ามันไม่ได้ใช้เฉพาะในการถ่ายภาพมันยังใช้ในการออกแบบกราฟิก ในการวางวัตถุ วางข้อความเพื่อที่จะทำให้วัตถุเรามีความโดดเด่นขึ้นมานะครับ

นี่แหละคือการเน้นแบบที่หนึ่งนะครับ

นอกจากทฤษฏีกฎสามส่วนแบบที่เป็นสี่เหลี่ยม 3:2 แล้วนะครับ

จริงๆแล้วก็มีกฏแบบอื่นๆอีกอย่างเช่น Golden Spiral นะครับ

เป็นกฏก้นหอยเนอะ ซึ่งรูปที่ควรจะเน้นเนี่ยก็ควรจะอยู่ข้างในก้นหอยนะครับ

แล้วก็มี Golden Triangle หรือว่าที่เป็นรูปสามเหลี่ยมนะครับ

ซึ่งรูปที่ควรจะเน้นเนี่ยก็ควรจะอยู่ในสามเหลี่ยมที่เล็กที่สุดนะครับ

ซึ่งนักศึกษาสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ

ภาพนี้นะครับ

ก็เป็นตัวอย่างของโลโก้ที่ใช้ทฤษฏี

กฎสามส่วนในการออกแบบนะครับ

อย่างเช่น นี้คือโลโก้ของแปปซี่ ซึ่งโลโก้ของแปปซี่ง

ถ้าเรามองผ่านๆแล้วก็จะประกอบไปด้วย วงกลมทั้งหมดสองวงนะครับ

ซึ่งจริงๆแล้วมันอาจจะ

เห็นไม่ชัดขนาดนั้นนะครับ

แต่วงกลมสองวงเนี่ยที่อยู่ในความนึกคิดของเราเนี่ยจริงๆแล้วมันทำสัดส่วนที่เป็น 1:1.618นะครับ

คือวงเล็กจะมีขนาดหนึ่งส่วน แล้วก็วงใหญ่มีขนาด 1.618 ซึ่งพอวงกลมสองวงนี้มันมาอยู่ด้วยกันแล้วมันก็ทำให้รู้สึกว่าโลโก้แปปซี่นี้มีขนาดที่พอดีนะครับ

การเน้นแบบต่อมานะครับ

ก็คือเป็นการสร้างความแตกต่างนั้นเองนะครับ

การสร้างความแตกต่างก็คือง่ายๆเลย อย่างเช่นภาพแรกเลยจะเป็นรูปของน้องแกะตัวไหนที่แตกต่างครับ

เป็นน้องแกะตัวสีดำซึ่งตัวอื่นเป็นสีขาวหมดเลย มีตัวสีดำอยู่ตัวเดียว เวลาเรามองภาพนี้ภาพแรก

เราก็จะมองไปที่แกะตัวสีดำนะครับ

หรือภาพด้านขวาครับ

เป็นโปสเตอร์หนังเรื่อง ชื่อเรื่องว่า Fake นะครับ

หนังเก่ามากเลยไม่รู้ว่าเคยดูกันรึเปล่านะครับ

อะไรที่แตกต่างกันออกมาครับ

เป็นเสื้อของนางเอกนะครับ

ที่มีสีสันที่มันดูโด่ดเด่นออกมาจากพื้นหลัง พื้นหลังอาจจะเป็นสีเทาๆดำๆหน่อย

แต่ว่าสีเสื้อนั่นเองที่เป็นสีแดงแปร๋นเลย เราดูแว็บแรกเราก็เห็นว่าเสื้อเด่นที่สุดนะครับ

นี่คือการเน้นแบบการสร้างความแตกต่างนะครับ

การเน้นแบบสุดท้ายคือเป็นการแยกวางองค์ประกอบให้โด่ดเด่นนะครับ

อย่างเช่นภาพด้านซ้าย อะไรที่มันถูกแยกออกมาให้โด่ดเด่นครับ

ก็น่าจะเป็นโลโก้ HOP ที่อ่านว่า ฮอปนะครับ

หรืออาจะเป็นตัวไก่ ลูกไก่ ลูกเจี๊ยบ ตัวน้อยๆที่ถูกแยกออกมานะครับ

ซึ่งพอเรามองครั้งแรกเราอาจจะว่าเออตรงนี้มันเด่นที่สุดนะครับ

หรือบางคนอาจจะไปมองที่ตัวกระต่ายก็ได้เพราะว่าตัวกระต่ายเนี่ยมันก็ดูแตกต่างดูเด่นกว่ากระต่ายรอบๆเป็นตัวสีน้ำตาล แล้ว

แต่ว่าใครจะไปมองตรงไหนนะครับ

หรือในภาพฝั่งขวานะครับ

อะไรเอ่ยที่ถูกแยกวางองค์ประกอบให้โด่ดเด่นครับ

ก็เป็นน้องเป็ดตัวนึงนะครับ

ที่มาอยู่ข้างหน้าเพื่อนเลยในขณะที่เพื่อนๆอยู่ข้างหลังหมดมีตัวนี้อยู่ตัวหน้าตัวเดียวเรามองแว็บแรก เราก็ต้องเห็นน้องเป็ดตัวนี้เป็นตัวแรก นี่แหละคือการเน้นนะครับ

ต่อมาก็เป็นหลักของความสมดุลนะครับ

เป็นเทคนิคแบบที่ 3 นะครับ

ความสมดุลหรือว่า Balance Balance อันนี้ก็ง่ายมากเลยนะครับ

สมดุลแปลว่าเท่ากันหรือไม่เท่ากันครับ

แปลว่าเท่าๆกันเนอะ สมดุลหรือว่า Balance เนี่ยก็สามารถทำได้ 2 แบบ คือแบบสมมาตรกับอสมมาตร แบบที่ 1 คือแบบสมาตรคืออะไรเอ่ย สมมาตรคือซ้าย-ขวาเท่ากันหรือว่าบนล่างเท่ากันก็ได้นะครับ

ถ้าเป็นซ้าย-ขวาเท่ากัน ก็คือพอมองเวลามันพับมาประกบกันเนี่ย พับครึ่งเนี่ยมันจะต้องประกบกันได้พอดีนะครับ

จุดสนใจจะอยู่ตรงกลางนะครับ

น้ำหนักของซ้ายหรือขวาเนี่ยจะต้องเท่าๆกันหรือว่าบนกับล่างจะต้องเท่าๆกันก็ได้นะครับ

นี่คือสมดุลแบบสมมาตรนะครับ

อีกแบบนึงก็จะมีสมดุลอสมมาตรด้วย อสมมาตรก็คือซ้าย-ขวาเท่ากันมั้ยครับ

ไม่เท่ากัน บนล่างเท่ากันมั้ยครับ

อาจจะไม่เท่ากันซะทีเดียว

แต่ว่าจะต้องมีองค์ประกอบอะไรบางอย่างที่มันมาถ่วงๆกันดูแล้วว่ามันยังสมดุลอยู่นะครับ

ดูตัวอย่างภาพต่อไปนี้

นะครับ

อย่างเช่นภาพฝั่งซ้ายเป็นภาพ harry potter อันนี้คือเป็นสมดุลก็จริง

แต่เป็นสมดุลแบบ อสมมาตรเพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่ามันถูกถ่ายเทน้ำหนักไปทางซ้ายคือเป็นภาพของ harry ใช่มั้ยครับ

แต่ในขณะเดียวกันฝั่งขวาก็ไม่ได้โล่งซะทีเดียวก็มีตัวอักษรมาถ่วงๆไว้อยู่เป็นชื่อเรื่องว่า harry potter นะครับ

นี่แหละคือสมดุลแบบอสมมาตรนะครับ

เทคนิคสุดท้ายนะครับ

เรียกว่าเทคนิคขนาดและสัดส่วนหรือว่า Size Proportion ครับ

เทคนิคนี้ก็ไม่มีอะไรมากเลยนะครับ

เพียง

แต่ว่าต้องใช้ความคิดใช้สายตาในการดูนิดนึงว่าขนาดและสัดส่วนแบบไหนที่มันจะเหมาะสมกับการออกแบบนะครับ

อย่างเช่นอันนี้เป็นใบปลิวหรือว่าโฆษณาเกี่ยวกับงานเตะฟุตบอลอะไรสักอย่างนึงมีให้เลือก 4 อัน นักศึกษาคิดว่าภาพไหนเป็นภาพที่เหมาะสมที่สุดครับ

1 2 3 หรือ 4 ครับ

ถ้าอาจารย์ดูแล้วอาจารย์คิดว่าน่าจะเป็นภาพที่ 2 เนอะ เพราะว่าภาพแรกเนี่ย

ถ้าเป็นภาพที่หนึ่งก็คนเป็นยังไงเอ่ย เล็กไป ภาพที่สามคนก็ใหญ่ไปแล้วก็มองไม่เห็นลูกบอลใช่มั้ยครับ

ภาพที่สี่นี่แทบจะดูไม่รู้เลยว่าคนกำลังทำอะไรอยู่นะครับ

แต่ภาพที่สองเนี่ยพอเราดูแล้วเราก็เห็นเลยว่ามันมีขนาดสัดส่วนที่พอดีคนก็ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ที่สำคัญก็ยังมองเห็นลูกบอลอยู่นะครับ

ซึ่งตรงนี้เมื่อเราดูแล้วเราก็รู้ทันทีเลยว่างานนี้เป็นงานแข่งขันกีฬาฟุตบอลนั่นเองนะครับ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของการจัดวางองค์ประกอบนะครับ

ซึ่งในอนาคต

ถ้านักศึกษาจะต้องออกแบบโฆษณา หรือว่าออกแบบเว็บไซต์ ออกแบบโปสเตอร์ก็อย่าลืมเอาหลักการทั้ง 4 หลักการนี้ไปใช้ในการออกแบบด้วยนะครับ

และในสัปดาห์หน้านะครับ

นักศึกษายังอยู่กับอาจารย์นะครับ

เราจะไปเรียนเรื่องเกี่ยวกับหลักการใช้สีการใช้ตัวอักษร รวมถึงพระเอกของเรานะครับ

การออกแบบสัญลักษณ์หรือว่าการออกแบบโลโก้ในสัปดาห์ที่ 3 นะครับ

ตอนนี้นักศึกษาสามารถไปทำแบบฝึกหัดได้เลยนะครับ

แล้วเจอกันสัปดาห์หน้าครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *