วันอังคาร, ตุลาคม 27

3-1 หลักการใช้สี: การรับรู้สีและจิตวิทยากาารใช้สี

สำหรับหัวข้อแรกในสัปดาห์นี้นะครับ
เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของหลักการใช้สี เราจะมาดูกันว่าการรับรู้สีและหลักจิตวิทยาการใช้สี
นั้นมีลักษณะอย่างไร
ถ้าพูดถึงจิตวิทยาในการออกแบบแล้ว แน่นอนมันก็จะต้องเป็นการนึกถึง
หรือว่าวิเคราะห์ถึงกลุ่มเป้าหมาย ว่าเราจะออกแบบอย่างไรให้งานของเรา
นั้นโดนใจกลุ่มเป้าหมาย ให้เขามองมาที่งานของเรา จะออกแบบอย่างไรให้รู้สึกดึงดูดใจและ
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้นมากที่สุด ซึ่งก็จะมีหัวข้อย่อยๆหลายหัวข้อ
เดี๋ยวอาจารย์จะขอไล่ไปทีละหัวข้อเลย ในส่วนแรกจิตวิทยาเรื่องที่ 1 จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องของ
ความรู้สึกและการรับรู้ ซึ่งจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องการรับรู้แตกต่างกัน
ถ้าอาจารย์ถามว่า ผู้หญิงกับผู้ชาย
เวลามองสีหรือมองเห็นสีนั้นเหมือนกันหรือไม่ ? แน่นอนว่าเห็นสีแดงก็ต้องแดงเหมือนกัน เห็นสีชมพูก็ต้องชมพูเหมือนกัน
แต่นักศึกษาลองดูภาพนี้นะครับ
ภาพนี้บ่งบอกอะไรให้กับเราครับ
? ทำไมผู้หญิงจึงเห็นสีที่มีชื่อเยอะกว่าผู้ชาย ? ทำไมผู้ชายเห็นแค่ แดง ก็คือ Red ม่วงก็ม่วง ชมพูก็ชมพู
แต่พอเราไปดูในฝั่งผู้หญิงปรากฏว่า … ผู้หญิงนั้น อย่างเช่นสีชมพู ผู้หญิงแบ่งเป็นชมพู Carnation ชมพู Bubblegum มีชมพู Salmon ด้วย มีชมพูแบบปลาแซลมอนด้วย เพราะว่าอะไรครับ
? เพราะว่าผู้หญิงเขาเคยเลือกเครื่องสำอาง คือเครื่องสำอางนั้นมีหลายเฉดสี ก็อาจจะทำให้เขาแยกได้ว่าชมพูนั้นมีหลายโทน ส้มมีหลายโทน ม่วงมีหลายโทน
แต่ในขณะที่ผู้ชายนั้นไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องสำอางเลย ก็จะเห็นว่าม่วงนั้นก็คือม่วง ชมพูนั้นก็คือชมพู
ดังนั้นที่อาจารย์นำภาพนี้มาให้ดู
นั้นก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับประสปการณ์ ว่าผู้หญิงกับผู้ชายมีประสปการณ์ที่แตกต่างกัน เห็นไหมครับ
ว่าแค่การมองสีการจำชื่อสีนั้น สำหรับผู้หญิงบางคนก็จะมีความละเอียดอ่อน
ความซับซ้อนเข้าไปอีก นี่เป็นเรื่องของประสปการณ์ ต่อมาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ ที่มีผลต่อการรับรู้อีก ก็คืออารมณ์ใน
แต่ละขณะ อารมใน
แต่ละขณะหมายความว่าอย่างไร ? เช่น สมมุติว่าในวันวาเลนไทน์ เพื่อนเรามีแฟน เพื่อนเราใส่เสื้อสีชมพูแฟนเพื่อนก็ใส่เสื้อสีชมพู
แต่เราโสด พอเราเห็นเขาใส่เสื้อสีชมพู แล้วยังไงครับ
? เราโสด เราอาจจะรู้สึกอิจฉานิดๆ อยากมีแฟนบ้าง เราก็เลยประชดด้วยการไปใส่เสื้อสีดำ อะไรแบบนี้นะครับ

นั้นเป็นเรื่องของอารมใน
แต่ละขณะนะว่า ตอนนั้นเรารู้สึกอย่างไร เราแฮปปี้หรือเราไม่แฮปปี้
กับเหตุการณ์ที่เรากำลังอยู่ ซึ่งก็จะมีผลต่อสีหรืออะไรก็ตามที่เรามองเห็น
นอกจากนี้ก็ยังมีเกี่ยวกับปัจจัจยอื่นๆ
เช่น เรื่องแรงจูงใจ เรื่องการเรียนรู้ เรื่องทัศนคติ เช่น ประเทศไทยเคยผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมา
ก็จะแบ่งเป็น 2 พวก เป็นเสื้อเหลืองและเสื้อแดง บางคนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พอไปเห็นคนใส่เสื้อสีนั้นๆ ฝ่ายที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา
ก็อาจจะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อคนๆนั้น นี่แหละเป็นเรื่องของการรู้สึกและการรับรู้
สิ่งที่เข้ามามีผลต่อการรู้สึกและการรับรู้ นั้นก็จะมีเรื่องของประสปการณ์ อารมณ์ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ
อย่างที่อาจารย์ได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ต่อมาเป็นเรื่องของการมองเห็น แน่นอนว่าแตะละคนนั้นจะมีโครงสร้างข้างในตาที่แตกต่างกัน นักศึกษาเคยไปสอบใบขับขี่ไหมครับ
? แบบทดสอบแรกเลย ที่นักศึกษาจะได้มองก็คือ
เป็นเรื่องของการวัดว่าเราตาบอดสีไหม เขาก็จะมีเป็นเลขกลมๆ มีจุดเต็มไปหมด มาให้เราอ่านและ
ให้เราตอบว่าเลขนั้นที่เราเห็นคือเลขอะไรนะครับ
อย่างภาพตัวอย่างที่อาจารย์นำมาให้ดู
นั้นก็เป็นแบบทดสอบที่เราเจอตอนที่เราไปสอบใบขับขี่ เลขแรกเป็นเลขอะไรครับ
? 45 ต่อมาเป็น 29 อันสุดท้ายเป็นเลข 74 นะครับ

ถ้าใครตอบได้หมดแสดงว่าโอเค ตาคุณปกติดี

แต่…

ถ้าใครมองไม่ออกเนี่ย แสดงว่าตาคุณมีความผิดปกติ
ดังนั้นนี่แหละคือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ
การมองเห็นเป็นเรื่องของแสง
ถ้าตอนนั้นมีสภาพของแสงที่น้อย แล้วอาจจะมองเห็นไม่ชัด รวมถึงเรื่องความเคยชิน
ถ้าเราอยู่ในที่มืด แล้วออกไปข้างนอกตาเราก็จะต้องใช้การปรับสภาพนิดนึง มันก็จะมีผลต่อการมองเห็นด้วย
ดังนั้นเวลานักศึกษาจะออกแบบอะไรก็ตาม ดูด้วยว่าผลงานของเรานั้นจะนำไปติดตั้งที่ไหน จะนำไปเผื่อแพร่ที่ไหน เช่น จอเล็กหรือ จอใหญ่
นั้นมันมีผลต่อการมองเห็นของ
แต่ละคน ต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการรับรู้ทางตา ในหัวข้อนี้เราก็จะเจอกับคำสองคำ คือคำว่ารูปและคำว่าพื้น รูปภาษาอังกฤษก็คือ Figure ส่วยพื้นก็คือ Ground 2 อย่างนี้ปกติแล้วก็จะอยู่ในภาพเดียวกัน รูปก็จะเป็นส่วยที่เด่นแยกออกมาจากพื้นหลังนั้นเอง นักศึกษาลองดูตัวอย่างภาพนี้นะครับ
ภาพนี้
ถ้ามองแว๊ปแรกนักศึกษาเห็นอะไรเป็นอย่างแรกครับ
? บางคนบอกว่าเห็นคนแก่ 2 คน กำลังหันหน้าเข้าหากัน
ถ้านักศึกษาเห็นคนแก่แสดงว่าคนแก่เป็นรูป
แล้วที่เหลือนั้นเป็นพื้น
แต่บางคนบอกว่าเห็นคนกำลังเล่นกีต้ากับ
อีกคนเป็นผู้หญิงกำลังถืออะไรเทิร์นอยู่บนหัว
ถ้านักศึกษาเห็น 2 อย่างนี้แสดงว่าผู้หญิงกับผู้ชาย 2 คน
นั้นเป็นรูปและที่เหลือเป็นพื้นนั้นเอง
นอกจากนี้
ถ้าดูดีๆ บางคนมองแว๊บแรก
อาจจะเห็นเป็นแจกันตรงกลางเลยสีเหลืองๆ
ถ้าใครเห็นแจกัน แจกันก็เป็นรูป และที่เหลือเป็นพื้น อันนี้ก็เป็นรูปที่สามารถลวงตาเราได้เหมือนกัน
ว่าเราจะมองอะไรเป็นรูปและอะไรเป็นพื้น
นอกจากนี้ยังมีแบบที่เหมือนทางเดินและ
มีคนโผล่ออกมาด้วยลองมองดีๆนะครับ
หรืออย่างภาพนี้ครับ
นักศึกษามองเห็นแล้วเป็น จุดๆอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย
แต่พอมองแล้วก็
เหมือนมันจะขยับอยู่นิดๆนะครับ
เพราะว่าอะไรครับ
เพราะว่าการเรียงตัวของแตละเม็ดมันทำให้เรารู้สึกว่าลายตาและทำให้รู้สึกสั่นๆ นิดๆ ในรูปนี้ส่วนที่เป็นรูปคือจุด เม็ดสีแดงๆ
ส่วนที่เป็นพื้นก็เป็นพื้นสีเขียวนั้นเอง นี่เป็นเรื่องของรูปและพื้น
ก็เกี่ยวข้องกับการรับรู้การมองเห็นของ
แต่ละคนนะครับ
ต่อมาเป็นเรื่องของจิตวิทยาการโน้มน้าวใจ แน่นอนว่าสี
แต่ละสีก็ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น
ถ้านักศึกษาดูภาพนี้สีส้มให้ความรู้สึกอย่างไรบ้างครับ
? เขาบอกว่าสีส้มให้ความรู้สึกสนุกสนาน สีเขียวให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
รู้สึกเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ เรื่องของสันติภาพ ใช้สีเขียวก็ได้
ถ้าเป็นสีฟ้าอาจจะให้ความ
รู้สึกเกี่ยวกับความปลอดภัย ความจริงใจ
ถ้าเป็นสีขาวให้ความรู้สึกว่ามันบริสุทธิ์ มันสะอาด
มัน Innocent หรือมันไร้เดียงสา เห็นไหมครับ
ว่า
แต่ละสีนั้นก็สามารถนำไปใช้ในการออกแบบแล้วมันก็จะให้อารมณ์ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ในหน้านี้อาจารย์มีอะไรมาให้เล่นนิดนึง
อาจารย์มีสีมาให้ทั้งหมด 7 สีนะครับ
เป็นสีของธนาคาร
แต่ละธนาคาร
นักศึกษาจำได้ไหมว่าแจ่ละสีเป็นสีของธนาคารอะไร สีม่วงคือธนาคารอะไรครับ
? ไทยพาณิชย์ สีน้ำเงิน ทหารไทย สีชมพูครับ
อันนี้ง่ายเน้าะ ออมสิน สีเขียวครับ
กสิกรไทย สีเหลืองครับ
อันนี้ก็ง่ายนะ กรุงศรี สีส้มมีด้วยเหรอ ? ธนาคารธนชาต สุดท้ายเป็นสีฟ้าอ่อน สี Skyblue ครับ
ธนาคารกรุงไทย
ถ้าใครจำได้หมดแสดงว่าสีมีผลต่อความจำ
มีผลต่อการรับรู้ของนักศึกษานั้นเอง ธนาคาร
แต่ละธนาคารก็พยายามใช้สีที่ไม่เหมือนกัน
เพื่อที่จะให้คนจำได้และแยกความแตกต่างได้ บางทีเราขับรถอยู่เราอยากกดเงินเราเห็นป้ายสีเหลืองมา
แต่ไกล
เรายังไม่รู้ว่าคืออะไร
แต่ เราก็พอจะเดาได้ว่ามันมีธนาคารกรุงศรี ต่อมาเขาก็บอกว่าสีนั้นจะทำให้มนุษย์รับรู้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น นักศึกษาเรียนหนังสือนักศึกษานั้น
นักศึกษาจะใช้ปากกาไฮไลต์ใช่ไหมครับ
ไฮไลต์นั้นมีความสำคัญอย่างไรครับ
? เราไฮไลต์เพื่อที่จะเน้นข้อความตรงนั้น พอเราขีดไว้เราก็จะรู้ว่าข้อความตรงนี้นนะสำคัญ อาจารย์จะเอาไปออกข้อสอบได้ บางคนมีหลายสีมาก
บางคนขีดส่ะเต็มหน้าสรุปว่าไม่รู้จะไฮไลต์ตรงไหน
ถ้าเป็นอย่างนั้นนักศึกษาเอาแปรงมาทาเลยดีกว่านะครับ
ล้อเล่นๆ ต่อมาเขาก็บอกว่าสีทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกต่างๆ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย เช่น
ถ้านักศึกษาจบไปแล้ว นักศึกษาไปทำงานเป็นสถาปนิก แล้วนักศึกษาจะต้องออกแบบห้องเรียน
ห้องเรียนนักศึกษาจะทาสีอะไรครับ
? ออกแบบห้องเรียน สีแดงไหม ? ไม่ เราจะต้องไม่ทาสีแดง เพราะว่าสีแดงมันจะ
ให้ความรู้สึกร้อนแรง กดดัน เด็กทำข้อสอบไปสั่นไป เพราะว่าสีแดงมันรู้สึกกดดัน
ถ้าจะต้องออกแบห้องเรียนก็ต้องเป็นสีอ่อนๆ
สีขาว สีฟ้าอะไรประมาณนี้นะครับ
ลองคิดต่อนะครับ

ถ้านักศึกษาเป็นสถาปนิกคนเดิม
แล้วจะต้องไปออกแบบโรงพยาบาล สมมุติว่าเป็นแผนกเด็กแล้วกัน นักศึกษาจะทาสีห้องแผนกเด็กนั้นด้วยสีอะไรครับ
? ก็ต้องเป็นสีฟ้า สีชมพู สีฟ้าอาจจะเป็นเด็กชาย
สีชมพูอาจจะเป็นเด็กหญิงก็ได้ หรือ
ถ้าเป็นห้องผู้ป่วย รูปภาพจะเป็นกรอบรูปที่ติดไว้ที่ผนังห้อง ควรเป็นรูปประมาณไหนครับ
? เป็นรูปวัดไหม ? ไม่ใช่นะ ต้องไม่ใช่รูปวัดแน่นอนเพราะผู้ป่วยดูแล้วช็อกตายได้
ใช่ไหมครับ
? ก็อาจจะต้องเป็นรูปดอกไม้ รูปท้องฟ้า รูปทุ่งหญ้า
อะไรที่ดูแล้วสบายตา นี่แหละเป็นเรื่องของสีหรือเรื่องของรูปภาพองค์ประกอบ
ที่จะทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันได้ ต่อมาสีในทางจิตวิทยา จริงๆแล้วก็จะแบ่งเป็นสี
โทนร้อน กับ สีโทนเย็น สีโทนร้อนก็จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ให้ความรู้สึกที่รุ่มร้อน ส่วนสีโทนเย็นจะให้ความรู้สึกที่สบาย
นุ่มนวล สบายตา รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเรื่องของโทนสีไม่ว่าจะเป็นโทนร้อนหรือโทนเย็น
เดี๋ยวเราจะได้เรียนอีกครั้งในหัวข้อต่อๆไป และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องของจิตวิทยาการออกแบบ จริงๆแล้วในหัวข้อนี้ไม่ได้มีอะไรอยากเลยเน้าะ
อาจารย์ไม่ได้ไปยกทฤษฎีที่วุ่นวายมาให้นักศึกษาเรียน ต่อไปนี้

ถ้านักศึกษาจะต้องออกแบบอะไรก็ตาม อย่าลืมคำนึงถึงการรู้สึก การรับรู้ รวมถึงจิตวิทยาการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพื้นภาพ การรับรู้ทางตา การรับรู้สี
และจิตวิทยาการใช้สีด้วยนะครับ
เพื่อให้นักศึกษาออกแบบได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สุดนะครับ
แล้วเจอกันคลิปต่อไปครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *