วันอังคาร, ตุลาคม 27

3-2 หลักการใช้สี: คุณลักษณะของสี

หลังจากที่ในคลิปที่แล้วเราได้เรียนรู้ถึง
จิตวิทยาการออกแบบไปแล้ว ในหัวข้อนี้ซึ่งเป็นคลิปที่ 2 นะครับ
เราก็จะมาเข้าสู่หัวข้อเรื่องของหลักการใช้สี
แต่ก่อนที่นักศึกษาจะได้ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ
เรื่องของวงล้อสีหรือเรื่องของหลักการใช้สี ว่าจะต้องใช้สีไหนมาคู่กับสีไหนจึงจะสวยงาม นักศึกษาก็จะต้องรู้เสียก่อนว่าสีนั้นมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง เรานั้นใช้สีเพื่อการออกแบบ เพื่อการสื่อความหมายที่ชัดเจน เราไม่ได้ใช้สีเพื่อความสวยงามเท่านั้น สีนั้นยังช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับงานของเรา
และยังช่วยให้คนจดจำให้กับเราด้วย อย่างการ์ตูนเรื่องเทเลทับบี้ใช่ไหมครับ
เทเลทับบี้เขามีตัวการ์ตูน 4 ตัว เขาไม่ได้กำหนดให้ 4 ตัวนี้มีสีที่แตกต่างกัน
เพื่อที่จะให้มันสวยงามเท่านั้น
แต่จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ของเขาคือ
เขาให้มันแตกต่างกันเพื่อที่จะให้เด็กเกิดการจำได้ ว่าตัวไหนชื่ออะไรและลักษณะนิสัยเป็นอย่างไร มีชื่ออะไรบ้างนะ ? มีโพลว พิงกี้วิงกี้ ลูลู่ ลาล่าหรือปล่าวตัวสุดท้าย ? จำไม่ได้เหมือนกัน รู้
แต่ว่า
แต่ละสี
แต่ละตัวนั้นชื่อไม่เหมือนกัน แล้วก็มันทำให้เด็กๆจำได้ว่า
แต่ละตัวมีชื่ออะไร
มีลักษณะนิสัย มีบุคลิกอย่างไร โดยทั่วๆไปแล้วสีนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ก็จะแบ่งเป็นโทนไร้สี กับโทนมีสี โทนไร้สีก็คือ Achromatic ก็จะเป็นโทนที่มีลักษณะ โทนสีที่เป็นโทนกลางๆ จะแสดงเฉพาะน้ำหนักสว่างหรือมืด เป็นค่าที่มีสีแค่สีขาว เทาเทา หรือว่าดำ อย่างเช่นยกตัวอย่างง่ายๆเลยจะเป็นภาพสีขาวดำนั้นเอง ทำไมภาพขาวดำจึงได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันครับ
? ทั้งๆที่ในปัจจุบันนั้นมีฟิล์มสี
มีกล้องดิจิตอลที่สามารถถ่ายภาพสีได้แล้ว ก็เพราะว่าภาพขาวดำมันให้ความรู้สึกที่คลาสสิค โบราณ เก่าแก่ บางทีเราก็ชอบเหมือนกันถ่ายภาพขาาวดำ มันออกมาก็จะให้ความรู้สึกเท่ๆดี อีกแบบนึงก็จะเป็นโทนมีสีหรือว่าโทนสีนั้นเอง โทนสีเราก็จะเรียกว่า Chomatic อันนี้ก็ง่ายๆเลย ยกตัวอย่างง่ายๆก็คือภาพสีนั้นเอง โทนสีก็คือจะประกอบไปด้วยสีต่างๆ เช่น
ถ้าเป็นเนื้อสีเราก็จะสามารถแยกได้ว่านี่คือสีเหลือง สีดำ สีน้ำเงิน สีแดง นั้นเขาเรียกว่าเนื้อสี แล้วก็จะมีน้ำหนักของสี คือ มันสว่างหรือมันมืด และมีอีกอย่างก็คือมีความสดของสีคือมันสดหรือไม่สด
ถ้าเราสามารถตอบพวกนี้ได้ทั้งเนื้อสี น้ำหนักสี
และก็ความสดของสี แสดงว่านี่แหละคือภาพที่เป็นโทนสีหรือว่า Chromatic นั้นเอง ต่อมานะครับ
คุณลักษณะข้อสีหรือว่าโทนนั้น ก็จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 3 อย่าง สีนั้นมีองค์ประกอบ 3 อย่างที่เราสามารถปรับค่าหรือเลือกใช้ได้ อย่างที่ 1 เรียกว่าเนื้อสี อย่างที่ 2 เรียกว่าน้ำหนักของสี และอย่างที่ 3 เรียกว่าความสดของสี อันแรกนะครับ
เนื้อสี เนื้อสีคืออะไร ?
ถ้าอาจารย์ถามว่า ภาพที่เห็นอยู่นี้สีอะไรครับ
? สีแดง ภาพที่เห็นอยู่นี้สีอะไรครับ
? สีเขียว อันนี้ล่ะ ? เป็นสีรุ้ง ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง
ถ้าเราสามารถตอบว่าสีนั้นคือสีอะไร
ถ้าเราสามารถเรียกชื่อมันได้ นั่นแหละแสดงว่านักศึกษากำลังพูดถึงเนื้อสีหรือว่า Hue นั้นเอง Hue หรือว่าเนื้อสีก็เป็นคุณสมบัติของสีบริสุทธิ์ ที่สามารถมองเห็นและแยกแยะความแตกต่างเรียกเป็นสีต่างๆได้ ซึ่งโดยทั่วๆไปแล้ว เนื้อสีนั้น ก็จะสามารถแยกได้อีกเป็น 2 แบบ ก็คือเป็น สีของแสง กับสีของสาร สีของแสงหรือว่า Coloured Light ก็หมายถึงส่วนประกอบของสเปคตรัมซึ่งมีคลื่นความยาวที่แตกต่างกันไป สีที่มีคลื่นความยาวสั้นที่สุดก็คือสีม่วง ส่วนคลื่นที่มีความยาวคลื่นมากที่สุดหรือว่ายาวที่สุดก็คือสีแดง นี่แหละคือสีของแสง สีของแสงนั้น โดยทั่วไปแล้วแม่สีของแสงจะประกอบไปด้วย 3 สี คือ สีเขียว สีแดง แล้วก็สีน้ำเงิน
ถ้าให้จำง่ายๆก็นึกถึงโลโก้ช่อง 7 เลยก็ได้
โลโก้ช่อง 7 ก็จะมี 7 สี
แต่สีที่จะเป็นแม่สีหลักๆก็จะมีสีแดงสีเขียวสีน้ำเงิน รวมกันตรงกลางได้เป็นสีขาว ต่อมาก็จะเป็นสีของสาร สีของสารหรือว่า Coloured Pigment นั้น เราก็จะเรียกอีกอย่างนึงว่าสีของวัตถุนะครับ
สีของสารก็หมายถึงสีที่เรามองเห็นบนวัตถุต่างๆ ไม่ได้อยู่บนน่าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่สีของแสงไฟ
ไม่ใช่รุ้งกินน้ำนะครับ
สีของสารก็คือสีที่เรามองเห็นบนวัตถุต่างๆซึ่งเกิดจากการดูดซึม
และสะท้อนความยาวของคลื่นแสงและเราสามารถแยกแยะได้ ว่าสีนั้นๆคือสีอะไรที่ปรากฏอยู่บนวัตถุนั้นๆ
ถ้าพูดถึงแม่สีนะครับ
แม่สีพื้นฐานของแสงและแม่สีพื้นฐานของสารนั้น ก็เป็นแม่สีคนละตัวกัน
ถ้าเป็นแม่สีพื้นฐานของแสงนั้น อย่างที่อาจารย์ได้บอกไปแล้วให้นึกถึงโลโก้ช่อง 7 ใช่ไหม ก็จะประกอบไปด้วยสีแดง สีเขียวและสีน้ำเงิน 3 สีนี้รวมกันได้เป็นสีขาวหรือว่าแสงขาวนั้นเอง

แต่…

ถ้าเป็นแม่สีพื้นฐานของสาร นักศึกษาเคยเรียนศิลประตอนเด็กๆใช่ไหมครับ
เราก็จะซื้อแม่สี 3 สี 3 กระปุก มีสีอะไรบ้างเอ้ย ? มีสีแดง สีเหลืองและสีน้ำเงิน
ถ้าอยากได้สีอะไรก็ผสมกันเอาเอง เช่น สีแดงผสมสีน้ำเงินเราก็ได้สีม่วง
ถ้าอยากได้สีเขียวต้องเอาสีอะไรผสมกันครับ
? เอาแม่สีเหลืองกับแม่สีน้ำเงินมาผสมกันนะครับ
อยากได้เขียวอ่อนเขียวแก่ก็ใช้น้ำเงินกับเหลืองที่สัดส่วนที่แตกต่างกัน แล้ว
ถ้าสีทั้งหมดมารวมกัน ทั้งแดง ทั้งเหลือง ทั้งน้ำเงินมารวมกันตรงกลางจะได้เป็นสีดำนั้นเอง นี่คือแม่สีพื้นฐานของแสงและแม่สีพื้นฐานของสาร คราวนี้นะครับ

ถ้าเราจะทำงานออกแบบกราฟิกนะครับ
เราก็จะไปเจอกับคำว่าโหมดสี ซึ่งโดยทั่วๆไป ที่เราจะเจอบ่อยๆก็จะมี 2 โหมดสี โหมดที่ 1 ก็จะเป็นโหมด RGB อีกโหมด 1 จะเป็นโหมด CMYK ซึ่งจริงๆแล้วมันมีมากกว่า 2 โหมดสี
แต่ที่เราจะเจอบ่อยๆจะเป็น RGB กับ CMYK นะครับ
ถามว่า 2 โหมดนี้นั้นแตกต่างกันอย่างไร มาดูอันแรกนะครับ
RGB ก็ย่อมาจาก Red Green Blue นั้นก็คือ แดง เขียว น้ำเงิน
ถ้าเราดูจากรูปแล้ว อาจารย์ให้เวลาคิด 3 วิ RGB เป็นแม่สีของสารหรือแม่สีของแสงครับ
1 2 3 คำตอบคือเป็นแม่สีของแสงใช่ไหมครับ
เพราะว่ามันมี แดง เขียว น้ำเงิน รวมกันตรงกลางคือขาวนะครับ

ดังนั้น RGB ก็เป็นโหมดสีที่เราจะต้องกำหนด
เมื่อเราจะต้องทำงานที่เป็นงานดิจิตอล เช่น งานเว็บไซต์ จะต้องเอาไปเผยแพร่บนจอคอมพิวเตอร์ บนจอโทรศัพท์มือถือ รวมถึงงานที่เป็นบรอดแคสติ้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานโทรทัศน์ เป็น CG ภาพยนตร์ Title หนัง หรือว่ากราฟฟิกประกอบรายการอะไรต่างๆที่จะต้องเอาไปฉายทางโทรทัศน์ ทางจอ TV เราจะต้องตั้งค่าในโหมดของเราให้เป็น RGB นักศึกษาอย่าสับสนนะครับ
อีกโหมดนึงก็จะเป็นโหมด CMYK โหมด CMYK นั้นคือเป็นสีของสารหรือว่าสีของวัตถุนั้นเอง
ถ้าจะให้จำง่ายๆก็คือ นักศึกษาเคยมีเครื่องปริ้นใช่ไหมครับ
เครื่องปริ้นมันก็จะมีตลับหมึกทั้งหมด 4 ตลับ
ถ้าใครเป็นเครื่องปริ้นที่แบบมีแทงค์อยู่ข้างนอก
มันก็จะมีสีทั้งหมด 4 สี ตัว C ก็จะย่อมาจาก Cyan ก็คือสีฟ้า ตัว M = Magenta คือสีแดงอมชมพู ส่วน Y ก็คือ Yellow คือสีเหลือง ส่วน K คือ Black ทำไมเขาไม่ใช้ B เพราะว่า B มันไปซ้ำกับ Blue เขาก็เลยใช้ตัว K แทน ตัว K คือ Black นะครับ
โหมด CMYK เราก็ต้องกำหนดก็ต่อเมื่อ
งานของเราเป็นงานพิมพ์ งานอะไรก็ตามที่ต้องปริ้นออกมาจากเครื่องปริ้น
หรือว่าต้องส่งโรงพิมพ์ ไม่ใช่เครื่องปริ้นเครื่องเล็กอย่างเดียวนะครับ
อาจจะเป็นเครื่องปริ้นขนาดใหญ่ เช่น พิมพ์ไวนิ้ล หรือว่าพิมพ์ระบบออฟเซต พิมพ์หนังสือพิมพ์ พิมพ์นิตยสารอะไรแบบนี้นะครับ
ต้องกำหนดเป็นโหมด CMYK หมดเลย ภาพนี้คือเป็นการผสมสีที่ทำให้เกิดสีส้ม สีส้มโดยปกติแล้ว
ถ้าเราต้องระบายสีนั้น เราจะเอาสีอะไรมาผสมกับสีอะไรครับ
? ก็คือเอาสีแดงมาผสมกับสีเหลืองใช่ไหม จะกลายเป็นสีส้ม
ดังนั้นค่าสีที่เป็น C 0 M 50 Y 100 K 0 ก็จะทำให้เกิดสีส้มเพราะว่ามันเป็นการใช่แค่ค่า M กับค่า Y
คือค่าสีแดงกับค่าสีเหลือง เป็นแดง 50 และเหลือง 100 ซึ่ง
แต่ละค่าจริงๆแล้วมันเต็มแค่ 100 นะครับ
พอแดง 50 กับเหลือง 100 มาผสมกันก็จะทำให้เกิดสีส้มโทนนี้ หรืออย่างรหัสสีนี้ครับ
รหัสสีนี้คือ C 0 , M 0 , Y 0
แต่ K 100 แสดงว่านี้จะทำให้เกิดสีดำเพราะว่าเป็นการพิมพ์
ที่ใช้แค่สีดำเพียงสีเดียว และนี่เราเรียกว่าเป็นสีแบบดำแท้ ดำแท้คืออะไรเอ่ย ? ดำแท้คือสีดำที่ใช้แค่ตลับหมึกสีดำเพียงสีเดียว อย่างที่บอกไปแล้วว่า สีดำมันเป็นสีที่เกิดจากสี C สี M สี Y ผสมกันได้
เพื่อที่จะให้เกิดสีดำตรงกลาง

แต่…

ถ้าทำแบบนั้นเครื่องปริ้นเราก็จะต้องพ่นสีมาทั้ง 3 ตลับเลย ทั้งสีฟ้า ทั้งสีแดงและก็ทั้งสีเหลืองกว่าที่จะได้สีดำ
ดังนั้นแบบนั้นจะไม่ใช่ดำแท้
ดังนั้น
ถ้านักศึกษาจะต้องทำงานพิมพ์
แล้วเขาบอกเอาแบบดำแท้นักศึกษาก็ต้องกำหนดเป็น C 0 , M 0 , Y 0 และ K 100 ก็จะทำให้ได้สีดำ คุณสมบัติอย่างที่ 2 ของสีก็เป็นน้ำหนักของสีนั้นเอง อันแรกเป็นเนื้อสี เนื้อสีคือเราสามารถแยกได้ว่า สีนั้นคือสีอะไร เรียกว่าสีนั้นคือสีอะไรนะครับ

แต่น้ำหนักของสีนั้นมันจะเป็น
ค่าความสว่างหรือค่าความมืดของเนื้อสีนั้นๆ ถามว่าสว่างหรือมืดนั้นมันเป็นการผสมสีอะไรลงไป เช่น
ถ้าเราอยากได้สีเหลืองที่เข้มขึ้นเราก็ต้องหยดสีอะไรลงไปครับ
? หยดสีดำลงไปนิดนึงแบบนี้
ก็อาจจะทำให้ได้สีเหลืองที่มันเข้มขึ้น
ดังนั้นค่าน้ำหนักของสีนั้น มันก็จะเป็นการเติมสีขาว สีเทาหรือสีดำลงไป
ในเนื้อสีที่มีอยู่แล้ว เพื่อที่จะทำให้สีนั้นๆเป็นสีที่มืดหรือสีที่สว่างขึ้นนั้นเอง เช่น
ถ้าอาจารย์กำลังใช้โปรแกรม Photoshop ในการปรับสี
ถ้าอาจารย์ดันแกนตรงนี้ลงเห็นไหมครับ
จากสีชมพูปกติ
ก็จะกลายเป็นสีชมพูที่มันค่อยๆมืดขึ้น
ถ้าแกนสุดเมื่อไหร่สีชมพูก็จะกลายเป็นสีดำ

แต่…

ถ้าอาจารย์ดันแกนนี้ขึ้นไปข้างบนครับ
ขึ้นไปจนสุด สีชมพูก็จะกลายเป็นสีขาว
ดังนั้นน้ำหนักของสีนั้นค่ามากหรือน้อยสุด
ก็จะได้เป็นสีขาวกับสีดำเท่านั้น คุณสมบัติอย่างสุดท้ายของสีก็คือเป็นความสดของสี
หรือบางคนอาจจะเรียกว่าความอิ่มตัวของสีก็ได้ ความสดหรือว่าความอิ่มตัวของสีภาษาอังกฤษก็คือ
Intensity หรือว่า Saturation
ถ้าอาจารย์ถามว่า นี้คือสีเขียวแบบไหนครับ
? เป็นสีเขียวสดมากหรือสดน้อยครับ
? เป็นสีเขียวสดมาก เราเห็นทีนึงก็จะบอกว่า "แสบตาจังเลยอาจารย์" เป็นสีเขียวแทบจะเป็นสีเขียวสะท้อนแสง และ
ถ้าเป็นสีนี้ละครับ
เป็นสีเขียวสดไหม ? ไม่สด เป็นสีเขียวแบบซีดๆ ความสดของสีนั้น
ถ้ามันมากๆก็คือภาพนั้นก็จะกลายเป็นสีที่สดๆมีความอิ่มตัวมากหรือสีแปร๋นๆนะครับ

แต่ว่า
ถ้าเป็นความสดหรือความอิ่มตัวน้อย ภาพนั้นจะไม่ขาวหรือไม่ดำ
แต่จะออกเป็นเทาๆหรือซีดๆนั้นเอง และทั้งหมดนั้นก็คือ
คุณลักษณะของสีประกอบไปด้วย 3 อย่างมีเนื้อสี เนื้อสีก็คือเป็นสิ่งที่เราเรียกได้ว่าสีนั้นๆคือสีอะไร
สีแดง สีเขียว แบบนี้นะครับ
นี้คือเนื้อสี หรือว่า Hue อันที่ 2 คือน้ำหนักของสี น้ำหนักของสีก็คือค่าความสว่างของสี
ถ้ามืดๆก็จะกลายเป็นสีดำ

ถ้าสว่างมากๆก็จะกลายเป็นสีขาวมีแค่ขาวกับดำ สุดท้ายคือที่พึ่งพูดไปเมื่อกี้เลยเป็น
ความอิ่มตัวหรือว่าความสดของสี
ถ้าสดมากๆสีก็จะอิ่มตัวมากๆสีจะแปร๋นๆ

แต่…

ถ้าสดน้อยๆก็คือจะสีซีดๆ นอกจากเรื่องของคุณลักษณะของสีที่เราได้เรียนไปเมื่อกี้แล้ว จริงๆแล้วก็จะมีเรื่องของโหมดสี ไม่ว่าจะเป็นโหมด RGB Red Green Blue เป็นแม่สีของแสงใช่ไหมครับ
และก็เป็นโหมด CMYK เป็นแม่สีของสารหรือว่าแม่สีของวัตถุ นักศึกษาก็จะต้องไปจำแนกให้ดีๆนะครับ
ว่า

แต่ละโหมดสีนั้นใช้งานอย่างไร และทั้งหมดนี้ก็จะเป็นเรื่องของคุณลักษณะของสี ในหัวข้อต่อไปจะเป็นเรื่องของวงล้อสีซึ่ง
ถ้าตอนนี้
นักศึกษาพร้อมแล้วก็สามารถกดไปเรียนได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *