วันอังคาร, ตุลาคม 27

3-6 ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิก: บุคลิกของตัวอักษร

พอเรารู้แล้วนะครับ
ว่าประเภทของตัวอักษร
ทั้งภาษาอังกฤษและไทยมีกี่ประเภท
แต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานในลักษณะใดนะครับ
ต่อมาเราก็จะมาดูกันว่าบุคลิกลักษณะของตัวอักษร มีอะไรบ้างเดี๋ยวนักศึกษาลองดูจากตัวอย่างหน้าเว็บนี้นะครับ
บุคลิกของตัวอักษรคืออะไร
ถ้าดูตัวอย่างจากหน้าเว็บนี้
เพียงหน้าเดียวเนี่ยมีบุคลิกของตัวอักษรตั้งหลายแบบนะครับ

ถ้าาอาจารย์ลองไล่ดูมีทั้งเป็นแบบตัวหนาก็มี เป็นตัวปกติก็มี เป็นตัวบางกว่าปกติก็มี เป็นตัวเอียงก็มีนะครับ
ขนาดของตัวอักษรก็มีทั้งใหญ่แล้วก็ทั้งเล็กไม่เท่ากันนะครับ

ถ้าพิจารณาจากสีก็มีตั้งหลายสีมีทั้งสีขาว มีฟอร์นสีดำ มีตัวสีฟ้าก็มีสีเขียวก็มี สิ่งเหล่านี้เรียกว่าบุคลิกของตัวอักษร เดี๋ยวเรามาดูกันว่าโดยทั่วไปแล้วจริงๆบุคลิกของตัวอักษรนี้
มีกี่แบบอะไรบ้างนะครับ
แบบแรกเลยก็เป็นแบบ Normal หรือ Regular Normal หรือ Regular เป็นตัวอักษรแบบปกติ
ไม่หนาจนเกินไปไม่บางจนเกินไป มีขนาดที่พอเหมาะ เหมาะสมในการที่จะพิมพ์ออกมาได้เลยนะครับ
ไม่ต้องปรับอะไร ก็
ถ้าพิมพ์ด้วยตัวแบบ Normal นี้ก็สามารถอ่านออกนะครับ
ต่อมานะครับ
ก็เป็นแบบ Italic นะครับ
Italic ก็คือเป็นตัวเอียง เหมาะกับการบ่งชี้ว่าข้อความนั้น
มีความแตกต่างจากข้อความเป็นอื่นๆอยู่รอบๆ เช่น อาจจะเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ
นอกจากนี้เนี่ยตัวเอียงก็ยังให้ความรู้สึกว่าสนุกสนานได้ มีความไม่เป็นทางการได้ครับ
ต่อมานะครับ
Bold คือแบบตัวตัวหนาใช่ไหมครับ
ตัวอักษรแบบ Bold หรือตัวหนาก็เหมาะกับการใช้เน้นข้อความที่สำคัญ อันไหนที่เป็นใจความสำคัญที่ผู้อ่านจะต้องรู้ เราก็ควรทําไฮไลท์โดยการทำข้อความตัวนั้นให้เป็นตัวหนาไว้ เพราะว่าข้อความนั้นผู้อ่านจะต้องให้ความสนใจกับมัน เช่น
ถ้าเป็นกฎระเบียบ เป็นสัญญาก็อาจจะต้องใช้การเน้นหลายๆที่ เพราะว่ามันเป็นข้อมูลที่สำคัญก่อนที่ลูกค้าจะเซ็นสัญญา
นอกจากนี้ตัวหนาก็ยังใช้กับข้อความที่เป็นหัวข้อก็ได้นะครับ
แบบต่อมานะครับ
เป็นแบบที่ 4 ก็คือเป็นแบบ Bold Italic คือทั้งหนาและ ทั้งเอียง
ดังนั้น
ถ้ามันทั้งหนาและทั้งเอียงมันก็จะแสดงว่าข้อความนั้นมันมีความสำคัญมากกว่าปกติ แสดงว่าผู้ออกแบบไม่ต้องการให้มันมีความแตกต่างจากข้อความอื่นๆเขาก็เลยใช้ทั้งตัวนะหาและตรวจนะครับ
อย่างเช่นตัวอย่างหน้านี้นะครับ
อันนี้ก็เป็นหน้า
เว็บไซต์ของผู้ให้บริการการเล่นโบว์ลิ่ง เป็นโบว์ลิ่ง Gamer Club นะครับ

ถ้านักศึกษาปุ๊บก็จะเห็นว่า
คำว่าโบว์ลิ่งเนี่ยมันใช้เป็นตัวเอียงนะครับ
บ่งบอกถึงการเล่นกีฬาที่มีความสนุกสนานขนาดของคำว่าโบว์ลิ่งก็ใหญ่สุดในภาพซึ่งก็สามารถดึงดูดสายตาได้ดีนะครับ
ในส่วนอื่นๆเช่น Banner ตรงนี้คำว่าGame As Style OF Life เขาก็แบ่งข้อความออกเป็นสองบรรทัด
คำไหนที่เขาต้องการเน้นเขาก็ใช้ตัวหนา นั่นก็คือคำว่า Game As นั้นเองอีกบรรทัดหนึ่งก็เป็นตัวปกติซึ่งก็คือคำว่า Style OF Life นะครับ
เห็นไหมครับ
ข้อความหรือว่าประโยคสั้นๆนะครับ
เขาก็แบ่งออกเป็นสองบรรทัดบรรทัดบนก็เป็นหนา บรรทัดล่างก็เป็นตัวปกติ แค่นี้ก็จะทำให้ดึงดูดสายตาแก่ผู้อ่านได้นะครับ
บุคลิกของตัวอักษรนะครับ
นอกจากสี่แบบเมื่อกี้แล้ว
ก็ยังมีแบบอื่นๆที่นักศึกษาสามารถปรับ
แต่งได้นะครับ
อย่างเช่นอันแรกเป็นเเบบ Extra หรือ Black
แบบนี้ก็เป็นตัวอักษรที่มีความหนากว่าปกติ หนากว่าแบบ Bold นะครับ
อันต่อมาเป็นแบบ Light อันนี้ก็คือบางกว่าปกติคือบาง
กว่าแบบ Regular นะครับ
แบบ Loose เป็นตัวอักษรที่มีความห่างกว่าปกตินะครับ
หมายความว่า
แต่ละตัวอักษจะมีช่องไฟที่ห่างกว่าปกติ ส่วน Tight เนี่ย
แต่ละตัวก็จะมีความเบียดกันมากกว่าปกติ อันนี้เป็นแบบ EqualiZe character high
คือ
แต่ละตัวมีความสูงเท่ากันหมดเลยนะครับ

ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาโดยดั้งเดิมจะมีขนาดเท่าไหร่ก็ตาม

แต่ว่า
ถ้าเป็นแบบนี้เนี่ยเขาจะปรับให้ตัวอักษร ทุกตัวมีความสุขเท่ากันหมดเลยนะครับ
ส่วนอันสุดท้ายเป็นแบบ ALLCAPS ใช้กับตัวอักษรภาษาอังกฤษอันนี้ก็คือเป็นการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หมดเลยนะครับ
ในส่วนของขนาดของตัวอักษรเราก็ควรพิจารณาดูว่า
เป้าหมายของเราเนี่ยเป็นคนวัยไหนนะครับ
อย่างเช่น
ถ้าเป็นเด็กวัย 7-10 ปีซึ่งเป็นเด็กเล็ก
ก็จะต้องใช้ฟอร์นที่มีขนาดใหญ่หน่อย
ถ้านักศึกษาเคยซื้อหนังสือเกี่ยวกับหนังสือนิทานเด็กมาจะเห็นว่าตัวหนังสือนี้มันค่อนข้างใหญ่ ก็จะประมาณ 18-30พ้อยนะครับ

ถ้าเป็นเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย 11-13 ปี
ก็จะใช้ฟอร์นประมาณ 16-18 พ้อยนะครับ

ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็อาจจะใช้ประมาณ 14 – 18 พ้อย
แต่ว่า
ถ้าเป็นผู้สูงอายุ เป็นคนแก่ คนแก่อาจจะ
สายตายาวสายตาไม่ค่อยดีก็ต้องใช้ความที่ใหญ่กว่าปกติ ประมาณ 16 – 18 พ้อยนะครับ
ต่อมาในการจัดวางตัวอักษรโดยปกติแล้วเราก็สามารถทำได้หลายแบบนะครับ
อย่างเช่น
ถ้านักศึกษาจัดข้อความหรือว่าพิมพ์ข้อความในโปรแกรม Microsoft word เราก็สามารถกำหนดระยะห่างระหว่างตัวอักษรได้
สามารถกำหนดระยะห่างระหว่างทำก็ได้นะครับ
คือแบ่งเป็นคำคำเลยว่าอยากให้
แต่ละคำห่างกันเท่าไหร่นะครับ

แต่แม้
แต่กำหนดระยะห่างระหว่างบรรทัดนะครับ

ว่าอยากให้
แต่ละบรรทัดมันเบียดกันหรือมันห่างกัน ซึ่งพวกนี้เนี่ยเราสามารถกำหนดได้หมดเลยนะครับ
อย่างในตัวอย่างนี้นะครับ
อันนี้ก็เป็นจากเว็บไซต์หนึ่งที่จะตามไปแคปเจอร์มานะครับ
นักศึกษาลองดูในกรอบสีแดงที่อาจารย์
ทำเป็นกรอบสีแดงไว้นะครับ
จะเห็นว่า กรอป 2 กรอประยะห่างระหว่างบรรทัดเนี้ยมันไม่เท่ากัน
ในกรอบสีแดงออกล่างจะเห็นได้ว่า ระยะห่างระหว่างบรรทัดมันมีความห่างกันมากกว่าปกติ
เพราะว่าอะไรเอ่ยก็เพราะว่าข้อความหรือว่า เนื้อหาตรงนี้เป็นลักษณะที่เป็นข้อย่อยหลายๆข้อ
คือเป็นข้อย่อยๆหลายข้อเห็นไหมว่ามันจะมี Bullet อยู่ข้างหน้าด้วย
ดังนั้นมันก็ต้องห่างหน่อยเพื่อที่จะบอกผู้อ่านว่ามันเป็นคนละข้อกันในขณะที่กรอบสีแดงด้านบน มันเป็นย่อหน้าเดียวกันนะครับ

ดังนั้นเนื้อหามันก็ต่อเนื่องกันมันอ่านต่อกันได้นะครับ

ดังนั้นระยะห่างระหว่างบรรทัด มันก็จะไม่ห่างกันจนเกินไปนะครับ
ก็เป็นระยะแบบปกตินะครับ
ซึ่งการจัดระยะห่างของบรรทัด ที่ไม่เท่ากันมันก็มีผลต่อความสบายตาของผู้อ่านด้วยนะครับ
ต่อมานะครับ

ถ้าอาจารย์ถามนักศึกษาว่าเวลานักศึกษาพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ในโปรแกรม Microsoft Word ใช่ไหมครับ
นักศึกษาชอบจัดข้อความให้มันเป็นแบบชิดด้านไหนครับ

ชิดซ้ายชิดกลางหรือขวาครับ
โดยปกติแล้วเราก็จะจัดแบบชิดซ้ายไม่ก็จัดแบบกระจายใช่ไหมครับ
จัดแบบกระจายคือขอบซ้ายขวาในมันจะพอดีกันนะครับ
อย่างไรภาพนี้นะครับ
อันบนสุดด้านซ้ายก็คือ
เป็นการจัดแบบชิดซ้ายนะครับ
ต่อมาเป็นการจัดแบบชิดขวา Center
นั่นคือเป็นการจัดแบบทั้งหมดอยู่กึ่งกลาง ไม่ว่าบรรทัดจะยาวหรือจะสั้นทั้งหมดจะอยู่ตรงกลางหมดเลย อันสุดท้ายนะครับ
เป็นการจัดที่เรียกว่า Justify
ซึ่งอาจารย์ก็ชอบแบบนี้เหมือนกันนะครับ
Justify ภาษาไทยก็จะเรียกว่าเป็นการจัดแบบกระจายการจัดแบบ Justify นะครับ
ก็เป็นการจัดแบบกรอบซ้ายขวา ของตัวอักษรจะเป็นแนวตรงลงมาเลยนะครับ
จะเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งอาจารย์ก็ชอบกันแบบนี้เพราะว่ามันดูสวยดีนะครับ
มันดูเป็นระเบียบดี
แต่ก็ต้องระวังนิดนึงเพราะว่า การจัดแบบ Justify บรรทัดไหนที่มันมีข้อความสั้นๆหน่อย มันก็จะกระจายกระจายข้อความนะครับ
บางทีมันอาจจะทำให้ข้อความดูห่างๆกันเกินไป แล้วก็ไม่สวยต้องระวังด้วยนะครับ

นอกจากนี้ก็จะมีการจัดแบบแปลกๆด้วยนะครับ
ในภาพนี้นะครับ
ก็เป็นภาพที่มาจากปกซีดีเพลงเพลงหนึ่งนะครับ
เพลงนี้ชื่อว่าเพลง REAL LOVE นักศึกษาพอจะเดาได้ไหมครับ

ว่าเพลงนี้นะเป็นเพลงช้าหรือเพลงเร็ว ดูจากเส้นที่ปรากฏครับ
แน่นอนว่ามันต้องเป็นเพลงช้า เพราะว่า เส้นมันมีลักษณะเป็นคลื่นคลื่นมีความเป็นแบบเคิบๆนิดนิดนะครับ

แต่…

ถ้าเป็นเพลงอื่นแล้วเขาจัดข้อความเป็นแบบอย่างขึ้นอยากลงแบบนี้แสดงว่า เพลงนั้นต้องเป็นเพลงเร็ว
ดังนั้นนะครับ
ลักษณะของการจัดทิศทางของข้อความ
ที่แตกต่างกันก็สามารถบอกอะไรให้กับเราได้เหมือนกันนะครับ
และทั้งหมดนี้นะครับ
ก็เป็นเรื่องของบุคลิกของตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษนะครับ
ในหัวข้อต่อไปนะครับ
เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า หลักของการออกแบบภาพสัญลักษณ์เนี่ยเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่ง
ถ้าตอนนี้ในสภาพแล้ว สามารถ
กดไปเรียนในหัวข้อต่อไปได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *