วันอังคาร, ตุลาคม 27

3-7 การออกแบบภาพสัญลักษณ์: ความหมายและประเภทของภาพสัญลักษณ์

หลังจากที่นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องหลักการใช้สี
แล้วก็หลักการใช้ตัวอักษรไปแล้วนะครับ
อย่างที่อาจารย์บอกไปในตอนต้นว่าหัวข้อในสัปดาห์นี้
มันจะต่อเนื่องกัน 3 หัวข้อนะครับ
คือเรื่องของหลักการใช้สี การใช้ตัวอักษร แล้วก็ในคลิปนี้นะครับ
เป็นการออกแบบภาพสัญลักษณ์นะครับ
ซึ่งหัวข้อแรกของการออกแบบภาพสัญลักษณ์
เดี๋ยวเราจะมาเรียนเกี่ยวกับเรื่องของความหมาย และประเภทของภาพสัญลักษณ์กันครับ
ความหมายของภาพสัญลักษณ์ คำว่าภาพสัญลักษณ์
ภาษาอังกฤษก็คือ symbolism นะครับ
symbolism ก็คือเป็นภาพที่แทนสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้จริง สรุปแล้วก็คือมันเป็นภาพที่ไม่ใช่ภาพจริง
แต่ว่าเราดูปุ๊บเราก็สามารถตอบได้ว่านั่นมันคือภาพอะไร ภาพสัญลักษณ์นี้ จะถูกทำให้ดูง่ายขึ้น มีความซับซ้อนที่น้อยเราสามารถตอบได้ว่านั่นคือภาพอะไรและมีความชัดเจนนะครับ
ต่อมานะครับ
ภาพสัญลักษณ์ เราก็สามารถออกแบบได้จาก
องค์ประกอบพื้นฐานอย่างที่นักศึกษาได้เรียนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจุดไม่ว่าจะเป็นเส้น ระนาบ
ปริมาตร รูปร่าง รูปทรงต่างๆ โดยบางทีมันอาจจะไม่ต้องมีคำพูดหรือมีข้อความ
ในภาพลักษณ์นั้นเลยก็เป็นได้นะครับ
โดยทั่วไปแล้วนะครับ
ภาพสัญลักษณ์มัน
จะแบ่งออกเป็น 7 ประเภทนะครับ
ก็จะมี Pictographs , Symbol , Mascot , Logo , Latter Mark , Combination Mark
และสุดท้าย Trade Mark นะครับ
อันแรกนะครับ
ก็คือ Pictographs นะครับ
Pictographs
ก็เป็นการสื่อสารด้วยภาพ จะไม่มีตัวอักษรอยู่ในภาพ หรืออยู่ในองค์ประกอบเลยนะครับ
การออกแบบ Pictographs จะต้องมีรายละเอียดที่ไม่ซับซ้อนนะครับ
เราจะพบได้มากก็คืออย่างเช่นพวกป้ายจราจรต่างๆ อย่างเช่น เวลาเราขับรถเราเห็นป้ายเราก็รู้ว่าเรา
ต้องขับรถอย่างไรให้ถูกระเบียบนะครับ
เพราะว่า Pictographs มีรายละเอียดของมันเนี่ยมันจะมีความซับซ้อนค่อนข้างน้อย เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะว่า
ถ้ามีความซับซ้อนที่ค่อนข้างมาก บางทีมันก็อาจ
จะทำให้ผู้รับสารหรือผู้ที่มองเนี่ยเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ มันอาจจะทำให้เบี่ยงเบนประเด็นจากสิ่งที่ผู้ส่งสาร
ต้องการสื่อความหมายก็ได้นะครับ
อย่างเช่นภาพแรกเป็นภาพสัญลักษณ์ของวงเวียน
อันต่อมาคือจักรยานเข้าได้ไหมครับ
เข้าไม่ได้ห้ามจักรยานเข้า แล้วก็อันสุดท้ายเป็นห้ามกลับรถนั่นเองครับ
ภาพสัญลักษณ์แบบที่ 2 นะครับ
เราก็จะเรียกว่า Symbol นะครับ
เราอาจะเคยได้ยินคำนี้บ่อยๆนะครับ
Symbol เป็นภาพสัญลักษณ์ที่ไม่เน้นตัวอักษร
ในการสื่อความหมาย
แต่ว่าสิ่งที่มันจะต่างจาก Pictographs ก็คือบางทีเราดูแว๊บแรกให้เราอาจจะดูไม่ออกว่ามันคืออะไร Pictographs ป้ายจราจรเราดูเราก็รู้ว่าป้ายมัน
ต้องการสื่อความหมายอะไร
แต่อันนี้ Symbol มันเป็นการออกแบบที่ใช้รูปร่างที่มีความเป็น
นามธรรมหรือว่าเป็น Abstract นะครับ
นามธรรมก็คือมันอาจจะดูไม่ออกในตั้งแต่แรก
ที่เราดูนะครับ
ต้องใช้การตีความหมาย หรือว่าไปอ่านความหมายของภาพเป็นรักนั้นๆก่อน ส่วนใหญ่แล้วการใช้ Symbol มักจะใช้ในงานต่างๆตามวัตถุประสงค์ อย่างเช่นอาจจะเป็นตราสัญลักษณ์ของบริษัทสถาบัน
หรือว่าองค์กรต่างๆนะครับ
ภาพสัญลักษณ์แบบ Symbol เราก็จะพบได้มากในตราสัญลักษณ์ที่เป็นยุคเก่าๆอย่างเช่นตราสัญลักษณ์ที่เราอยู่ตอนนี้ มันก็จะมีลักษณะที่เป็น มีเป็นลายเป็นดอกเป็นโค้งๆอะไรค่อนข้างเยอะๆนะครับ
พวกนี้หน่อยก็มีความเป็นนามธรรม Abstract แล้วบางทีเราก็ดูไม่รู้ว่ามันคือดอกหรือคือใบหรือคืออะไรนะครับ
ต่อมานะครับ
ตราสัญลักษณ์แบบที่ 3 นะครับ
เรา ก็จะเรียกกันว่า Mascot อันนี้หลายคนน่าจะรู้จักกันดีนะครับ
Mascot d ก็คือเป็นตุ๊กตานำโชค เป็นตุ๊กตาสัญลักษณ์เพื่อที่จะใช้เป็นตัวแทนในการจัดงานหรือจัดกิจกรรมอะไรบ้างอย่าง Mascot ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้สัตว์หรือใช้พืชหรือใช้สิ่งสมมุติอื่นๆ เพื่อที่จะกำหนดให้เป็นตัวแทนของการจัดการ แข่งขันกีฬาการจัดการแข่งขันกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งนะครับ
เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล และเป็นตัวแทนของการจัดกิจกรรมในครั้งนั้นๆนะครับ
อันนนี้ก็เป็น Mascot ของฟุตบอลโลกนะครับ
นี้เป็นยุคเก่าๆแล้วนะครับ
เห็นไหมว่าฟุตบอลโลกจะถูกจัดในหลายๆประเทศ
แต่ละประเทศเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง
แต่ละประเทศจะออกแบบ Design Mascot ที่แตกต่างกันให้เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ ภาพนี้ก็เป็น Mascot ของงานพืชสวนโลกงานพืชสวนโลกนี้มี Mascot 2 version มีเป็น version 2 มิติกับ version 3 มิติ อันบน version 2 มิติเป็น version แรกที่ออกมาก็จะมีตัวการ์ตูนหลายตัวหน่อยนะครับ
ก็จะมีหลักๆจะมีน้องคูณใช่ไหมครับ
น้องคูณจะเป็นตัวที่เป็นดอกไม้สีเหลือง
นอกจากนี้ก็มีน้องมังคุด แล้วก็มีคุณลุง และมีคุณลุงด้วยมีน้องฟักบัวด้วย นะครับ
ต่อมาก็มีการปรับเปลี่ยนให้มันดูทันสมัยมากขึ้นจาก 2 มิติก็กลายเป็น 3 มิติแล้ว จะมีตัว Mascot บางตัวที่ยังคงอยู่นะครับ
อย่างเช่น น้องคูณ ยังอยู่
แต่ก็มีเพื่อนใหม่ๆมาอย่างเช่น มีดิน
มีน้ำ มีลม แล้วก็มีพระอาทิตย์ด้วยนะครับ
ซึ่งพวกนี้ก็เป็นองค์ประกอบที่ใช้ในการปลูกพืชผักนะครับ
ภาพสัญลักษณ์แบบที่ 4 นะครับ
ก็จะเรียกว่า Logo นะครับ

Logo เป็นสิ่งสำคัญเลยที่นักศึกษาจะต้องรู้จักนะครับ
Logo เป็นภาพสัญลักษณ์ที่เน้นการใช้ตัวอักษรนะครับ
คือ
ถ้าพูดถึง Logo คือมันจะต้องมีข้อความมีตัวอักษรอยู่ในภาพนั้นๆ เราจะต้องสามารถอ่านออกเสียงเป็นคำๆได้นะครับ
หรือว่าเป็นประโยคได้ Logo แรกอ่านว่า Kodak นะครับ
อันต่อมาเป็น SAMSUNG เป็น กรีนสปอต เป็น MK Restaurants ครับ
เป็น TESCO Lotus แบบนี้นะครับ
ซึ่ง
ถ้าเราสามารถอ่านออกเสียงในภาพนั้นๆได้เราก็มักจะเรียกว่าเป็น Logo นั้นเองนะครับ
Logo ก็จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตัวแทน
ของสินค้าผลิตภัณฑ์หรือว่าบริการต่างๆนั้นเองนะครับ
อย่างต่อมานะครับ
พอมี Logo แล้วก็จะมีอีกตัวหนึ่งจะเรียกว่า Letter Mark จะต่างจาก Logo แค่นิดเดียวครับ
หลายคนอาจจะเรียกสับสนสลับกัน Letter Mark จะเป็นภาพตัวอักษรที่มีการดัดแปลงตัวอักษรใดตัวอักษรหนึ่งในภาพนั้นๆ หรือจะดัดแปลงทุกตัวเลยก็ได้จากชื่อเต็มชื่อย่อหรือว่าสโลแกนอย่างเช่นภาพแรกเป็น Letter Mark ของ SANYO นะครับ
ตัวอักษรที่เขามีการดัดแปลงก็คือตัว N เห็นไหมครับ

ตัว N จะไม่เหมือนตัวอื่นๆนะครับ
Canon ก็มีการดัดแปลงตัว C แล้วก็ตัว O ตัว O มีลักษณะเอียงนิดนึง ไวไวก็เป็นการทำให้ตัวอักษรและตัวเหมือนเป็นคล้ายๆเส้นหมี่ มาเรียงต่อๆกันเป็นคำว่าไวไวภาษาไทย อันสุดท้ายนะครับ
yayoi ก็มีการดัดแปลงตัว y ตัวแรกนะครับ
ให้มีลักษณะคล้ายๆกับหยดหมึก เป็นเหมือนกับใช้พู่กันขีดเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เพราะว่า yayoi ขายอาหารญี่ปุ่นใช่ไหมครับ
อันต่อมานะครับ
แบบที่ 6 นะครับ
ก็จะเรียกว่า
Combination Mark นะครับ
Combination Mark ก็เป็นเครื่องหมายที่ผสมผสาน
กันทั้งภาพแล้วก็ตัวอักษรอยู่ในภาพเดียวกันนะครับ
จะมีการผสมผสานการทั้งภาพและตัวอักษรอย่างลงตัวอย่างเหมาะสมอย่างเช่นภาพแรกเป็นตราสัญลักษณ์ของเลย์ ครับ
เลย์ก็จะมีทั้งตัวอักษร Lay นะครับ
แล้วก็มีกลมๆข้างหลังสีเหลืองคงจะแทนถึงมันฝรั่งใช่ไหมครับ
หรือ ตราสัญลักษณ์ของทีวีไทยนะครับ
Thai PBS จะเป็นรูปนกแล้วก็มีข้อความว่าทีวีไทยด้วย ตราสัญลักษณ์แบบที่ 7 เราก็จะเรียกว่า Trade Mark นะครับ
Trade Mark ก็คือเครื่องหมายการค้านั้นเองนะครับ
เครื่องหมายการค้าก็เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงห้างร้านหรือว่าบริษัท หรือว่าบริการหรือว่าสินค้าต่างๆ ที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพุทธศักราช 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฉบับที่ 2 พุทธศักราช 2543 นะครับ
ซึ่งโดยปกติ Trade Mark จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทนะครับ
ประเภทที่ 1 ก็คือเครื่องหมายการค้าโดยตรงเลยหรือว่า Trade Mark โดยตรงเลยนะครับ

ก่อนอื่นนักศึกษาต้องแยกให้ ออกก่อนว่าอันไหนคือสินค้าอันไหนคือบริการนะครับ
ประเภทที่ 1 ก็จะใช้กับเฉพาะที่เป็นสินค้าเท่านั้น อย่างเช่นเครื่องหมายการค้าของมาม่า ของกระทิงแดงของบรีสเอกเซล เครื่องหมายการค้าแบบที่ 2 นะครับ
คือเป็นเครื่องหมายบริการภาษาอังกฤษก็คือService Mark นะครับ
ก็เป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าบริการของเรานั้นมีความแตกต่างจากบริการอื่นๆนะครับ
อย่างเช่นตราสัญลักษณ์ของ SCB ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ให้บริการด้านการเงิน การบินไทยก็ให้บริการด้านการเดินทางเครื่องบิน Trade Mark แบบที่ 3 ก็คือหรือว่า Certification mark นะครับ
Certification mark ก็จะเป็นเครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองออกให้กับห้างร้านต่างๆนะครับ
อย่างเช่น บางทีนักศึกษา ไปกินร้านอาหารแล้วก็เจตราสัญลักษณ์ที่เขียนว่าเปิบพิสดารแสดงว่าร้านนี้ แม่ช้อยนางรำเนี่ยเคยมาทานแล้วแล้วก็รับรองว่าร้านนี้อร่อยใช้ของดีนะครับ
หรือแม้
แต่สัญลักษณ์ เชลล์ชวนชิมโดยหม่อมถนัดศรีก็เหมือนกันนะครับ
ส่วนใหญ่แล้วเราจะพบในร้านอาหารจะเป็นส่วนใหญ่นะครับ
หรือว่า
ถ้าเป็นร้านอาหารที่ติดธงฟ้าแสดงว่าร้านอาหารที่เป็นร้านอาหารที่ราคาประหยัดนี่แหละคือเครื่องหมายรับรองนะครับ
Trade Mark แบบสุดท้ายนะครับ
ก็เป็นเครื่องหมายร่วมหรือว่า Collective Mark นะครับ
เครื่องหมายร่วมก็เป็นเครื่องหมายการค้า
หรือว่าเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัท หรือว่าวิสาหกิจที่อยู่ในกลุ่มในเครือเดียวกันนะครับ
อย่างเช่น ปูนซีเมนต์นะครับ
เขาก็มีเครือย่อยๆหลายเครือ คือมีหลายผลิตภัณฑ์เขาไม่ได้ทำแค่ปูนอย่างเดียวก็มีทั้งปูนมีทั้งกระเบื้องมีทั้งกระดาษนะครับ
ซึ่ง
แต่ละผลิตภัณฑ์ก็อาจจะมีตราสัญลักษณ์ที่เป็นของตัวเองอยู่แล้วนะครับ

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังอยู่ภายใต้เครือของ SCG นะครับ

ดังนั้น
ถ้าเราดูในผลิตภัณฑ์ดีๆมันก็อาจจะมีตา SCG ที่เป็นเครื่องหมายร่วมอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วยนะครับ
ซึ่งตราสัญลักษณ์ก็จะใช้ร่วมกันในทุกผลิตภัณฑ์ในเครือนี้ และทั้งหมดนี้นะครับ
ก็คือความหมายและประเภทของภาพสัญลักษณ์นะครับ
ภาพสัญลักษณ์มีทั้งหมด 7 ประเภทนะครับ
นักศึกษาจะต้องทบทวนแล้วก็ต้องจำต้องแยกให้ออกให้ได้นะครับ
ว่า
แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วก็บอกกับการใช้งานในลักษณะใด ในหัวข้อต่อไป
ก็จะเป็นเรื่องของสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องหมายการค้า เราจะไปดูเกี่ยวกับเรื่องของลิขสิทธิ์ การจดทะเบียนนะครับ
ซึ่งก็
ถ้านักศึกษาพร้อมแล้วตอนนี้สามารถ
กดไปเรียนในหัวข้อต่อไปได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *