วันเสาร์, มกราคม 16

3.10 ตัวอย่างการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศสถานที่

ตัวอย่างการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศสถานที่ บทเรียนนี้เราก็จะมาเรียนรู้ตัวอย่าง การเข้าถึงแหล่งสารสนเทศสถานที่กัน
ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยครับ
จังหวัดนครราชสีมาหรือโคราชนั้นนะคะ เป็นจังหวัดที่ได้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2553 และเมืองที่สำคัญที่ได้รับผลร้ายแรงอีกเมืองนึงในจังหวัดนี้ก็คือ เมืองพิมายค่ะ
ซึ่งที่บอกว่าเมืองพิมายเป็นเมืองสำคัญนั้น
เนื่องจากว่าเมืองนี้นะคะ เป็นสถานที่ตั้งของปราสาทหินพิมาย ปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีอายุราวๆ 1,000 ปีมาแล้ว ปราสาทหินแห่งนี้มีความน่าสนใจ และผ่านพ้นอุทกภัยครั้งใหญ่มาได้อย่างไรนั้น รายการสารคดีของเราวันนี้ จะพาคุณผู้ชมไปชมกันค่ะ
ในการเยี่ยมชมปราสาทที่ยิ่งใหญ่ของเราในวันนี้ เราได้รับเกียรติจาก 2 ยุวมัคคุเทศก์ตัวน้อย มาเป็นผู้พาเข้าชมบริเวณต่างๆของปราสาทหินพิมายกันค่ะ
เดี๋ยวเราตามน้องๆเข้าไปชมกันว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง เมื่อเราเดินทางเข้ามาประตูด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย จุดแรกที่น่าสนใจ คือทางด้านซ้ายของปราสาท บริเวณด้านหน้ากำแพงชั้นนอก ด้านซ้ายเข้าสู่ตัวทางเดินเข้าสู่ตัวปราสาท อาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นก็คือพลับพลาค่ะ
ตรงนี้นะคะ จะเป็นพลับพลาเปลื้องเครื่องค่ะ
พลับพลาเปลีื้องเครื่องมีไว้สำหรับเปลี่ยนเครื่องทรง ของพระมหากษัตริย์และขุนนางชั้นสูงค่ะ
โดยจะสร้างด้วยหินทรายสีขาวและหินทรายสีแดงค่ะ

แต่เดิมจะถูกเรียกว่าคลังเงิน เพราะว่าตอนที่มาบูรณะ ได้พบเศษทองและเศษเหรียญสำริดจำนวนมากค่ะ
จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคลังเงินค่ะ

แต่มีข้อขัดแย้งว่า
ถ้าเป็นคลังเงินไม่น่าจะอยู่ด้านนอกปราสาท น่าจะอยู่ด้านในมากกว่า เพราะอาจจะถูกลักขโมยได้ง่ายค่ะ
ที่นี่นะคะ จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่ะ
ด้านในจะแบ่งออกเป็น 2 ห้อง โดยสันนิษฐานว่าน่าจะแบ่งตาม ยศถาบรรดาศักดิ์หรือว่าแยกหญิงชายค่ะ
ตรงนี้นะคะจะเป็นฉนวนทางเดิน และหินทรายสีแดงจะใช้สำหรับสร้างพื้นหรือผนัง ส่วนหินทรายสีขาวจะใช้สร้างขอบประตู หน้าต่าง เพราะหินทรายสีขาวมีความแข็งแรงมากกว่าหินทรายสีแดงค่ะ
ก็เลยจะเห็นประตูเป็นสีขาว พื้นก็จะเป็นสีแดงใช่ไหมคะ / ค่ะ
ตรงนี้จะเป็นช่องทางเดินอย่างเดียวใช่ไหมคะ / ค่ะ
แค่ด้านหน้าก็มีเรื่องราวน่าสนใจมากแล้วนะคะ สถานที่ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้น เราตามน้องแก้วกับน้องออมไปกันต่อเลยค่ะ
ค่ะ
จุดนี้จะเป็นสะพานนาคราชค่ะ
และด้านหน้าสะพานนาคราชจะมีปติมากรรมสิงห์ 2 ตัวค่ะ
สิงห์ 2 ตัวนี้ จะเป็นเพศผู้ ซึ่งดูจากแผงขนที่บริเวณหน้าอก และอวัยวะเพศที่อยู่ใต่ท้องค่ะ
สิงห์ 2 ตัวนี้เปรียบเสมือนองครักษ์ปกปักษ์รักษา ไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปข้างในค่ะ
ถัดขึ้นมาจะเป็นบันไดปีกกา ซึ่งทำเพื่อให้สามารถเดินข้ามธรณีประตูได้ง่ายค่ะ
เพราะคนโบราณเชื่อว่าจะมีเจ้าแม่ธรณีสิงสถิตอยู่ เราจึงควรให้ความเคารพโดยการข้าม ส่วนด้านี้คือโคปุระค่ะ
โคปุระเป็นภาษาเขมรโบราณ แปลว่าซุ้มประตู โดยด้านหน้าโคปุระจะมีทับหลังอยู่ชิ้นนึงค่ะ
ทับหลังชิ้นนี้จะเป็นทับหลังตอนที่นางอัปสรร่ายรำทั้ง 8 นาง เพื่อเป็นการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนนะคะ โดยคนโบราณจะเชื่อว่าเลข 8 หรือ 7 เป็นเลขมงคลของขอมค่ะ
ห้องนี้คือห้องโถงโคปุระ ห้องโถงนี้จะไม่มีอะไร เป็นห้องที่ว่างเปล่า โดยห้องนี้จะมีหลังคาทรงโดม ทำขึ้นจากหินทรายสีแดง รูที่เราเห็นอยู่นี้นะคะ ทำขึ้นเพื่อชักลากจูงหินค่ะ
โดยใช้หอกหรือลิ่ม แทงให้เป็นรูและเอาหนังสัตว์ไปพันกับไม้ที่แข็งแรงยัดเข้าไป เสร็จแล้วก็นำน้ำร้อนมาลวกหนังสัตว์ก็จะพองตัว และยึดเกาะกับหิน เพื่อใช้ชักลากจูงได้ง่ายค่ะ
ส่วนหลุมที่เราเห็นนะคะ คือหลุมที่ใช้บรรจุเสาไม้ สูงประมาณ 30 เซ็นติเมตรหรือ 1 ฟุต เมื่อวางครบทุกหลุมก็จะนำไม้กระดานแผ่นใหญ่มาวางไว้ เพื่อให้พระมหากษัตริย์เดินได้อย่างสะดวก เหมือนการปูพรมแดงในปัจจุบันค่ะ
ก่อนที่จะไปจุดต่อไปนะคะ เราก็จะมาดูทับหลังชิ้นนี้ก่อนค่ะ
ทับหลังชิ้นนีิเป็นทับหลังชื่อว่าปางวิตรรรกมุทรา หรือปางดีดน้ำมนต์ค่ะ
มีความสำคัญคือ เป็นทับหลังชิ้นแรกที่ทำให้รู้ว่า ปราสาทแห่งนี้เริ่มมีการนับถือศาสนาพุทธค่ะ
ไประเบียงคดกันต่อนะคะ ส่วนยาวๆตรงนี้จะเป็นระเบียงคดค่ะ
จะล้อมรอบปรางค์ประธาน หรือปรางค์ทั้ง 3 ปรางค์ค่ะ
งั้นเราเข้าไปในปรางค์กันเลยนะคะ ความงดงามและความน่าสนใจของปราสาทหินพิมาย ไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ บริเวณด้านในของระเบียงคดนั้นประกอบไปด้วย ปราสาทประธาน ปรางค์หินแดง หอพราหมณ์ และปรางค์พรหมทัตอีกด้วยค่ะ
ปราสาทประธาน เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของปราสาทหินพิมาย ซึ่งเป็นปราสาทองค์ใหญ่ ก่อสร้างด้วยศิลาทรายสีขาว หันหน้าไปทางทิศใต้ นับว่าแตกต่างจากศาสนสถานแบบขอมในที่อื่นๆ ที่มักจะหันปราสาทไปทางด้านทิศตะวันออกค่ะ
ต่อไปคือปรางค์พรหมทัตนะคะ ลักษณะของปรางค์องค์นี้สร้างด้วยศิลาแลง ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของปราสาทประธาน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปรางค์หินแดงนั้นนะคะ สร้างขึ้นเมื่อราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ทางด้านขวาของปรางค์ประธาน มีมุขยื่นออกไป 4 ทิศค่ะ
ส่วนหอพราหมณ์เป็นอาคารที่ก่อสร้างด้วย
หินทรายและศิลาแลง อยู่บนฐานเดียวกันกับปรางค์หินแดง ในปีพุทธศักราช 2497 ได้มีการค้นพบศิวลึงค์ สลักด้วยหินทรายจำนวน 7 ชิ้น ภายในหอพราหมณ์ จึงมีความเฃื่อกันว่าอาคารหลังนี้ คงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ค่ะ
เดินชมกันมาจนเหนื่อยแล้วเดี๋ยวเรานั่งพักเพื่อพูดคุย
กับน้องๆเค้ากันหน่อยดีกว่าค่ะ
น้องออมรู้สึกยังไงกับการที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะๆคะ ก็รู้สึกดีใจค่ะ
เพราะรู้สึกว่าเมืองพิมายของเรา ก็ยังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวอยู่ค่ะ
น้องแก้วรู้สึกยังไงกับการมาเป็นยุวมัคคุเทศน์คะ รู้สึกดีค่ะ
เพราะว่าได้รู้เกี่ยวกับโบราณสถาน ว่ามีความสำคัญอย่างไรค่ะ
แล้วก็ยังเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ค่ะ
ยุวมัคคุเทศน์ยินดีต้อนรับชาวสารบัญดีค่ะ
หลังจากที่วันนี้เราให้น้องออมและน้องแก้ว 2 ยุวมัคคุเทศน์ พาชมปราสาทหินพิมายจนทั่วแล้วนะคะ ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นพอดี การเข้ามาในปราสาทหินพิมาย ในช่วงเวลาแบบนี้ ช่างเป็นบรรยากาศที่งดงามมากๆเลยค่ะ
คราวนี้ เราก็ได้เรียนรู้ตัวอย่าง การเข้าถึงแหล่งสารสนเทศสถานที่แล้ว หวังว่าจะได้รับความรู้กันอย่างครบถ้วน แล้วพบกันใหม่บทเรียนหน้า สวัสดีครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *